More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  POPDOT : SPACE PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

POPDOT : SPACE

http://popdot.hi5.com
June 25

City Early Birdie

 
   

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ 
City Early Birdie.....
     ผ่านมาเกือบหลายเดือนทีเดียว ที่ไม่ได้อัพเดทความเป็นไปของตัวเองเสียนาน แน่นอนล่ะ ใครๆอาจจะมองว่า หายไปจากระบบของโลกสเปชเสียแล้ว ลำพังการที่จะเข้าสู่ความเป็นปกติของตัวเองยังยากเอาการ ก็คงแน่นอนที่จะไม่มีเวลาให้กับอะไรๆ
     เกือบจะดีทีเดียว กับอะไรใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆในการบุกเบิกและปลุกระดมความคิดของการออกแบบอีกครั้ง รวมถึงมิตรภาพใหม่ๆของเพื่อนร่วมงานที่ผ่านเข้ามาพบกัน ณ.สถานที่แห่งหนึ่ง ที่ยังอยู่ใน area ใกล้ๆ กับสถานที่ทำงานเก่าๆที่เคยชินตา..
     ผมโตขึ้นมากแล้วล่ะ ผมคิด ในมุมมองของผมเองในขณะนั้น ที่เราอาจจะหยิบยก คำพูดเก๋ๆบางคำเอามาใช้ในยามจำเป็น ว่าเราได้เจออะไรใหม่ๆกับการทำงานที่นี่ ที่ไม่เหมือนที่เก่าที่ผ่านมา เสียงแม่กล่อมอยู่ในหูตลอดเวลาว่า ไม่อยากให้โยกย้ายงานบ่อยๆ อยู่ที่ไหนให้อยู่นานๆ เป็นเสียงเดียวที่ซ้ำๆและพูดกล่อมอยู่ในโสตประสาททุกครั้ง เวลาที่เราระบายปัญหาให้แม่ฟัง ก็แน่ล่ะ ครอบครัวย่อมอยากให้เรามั่นคง ดูเป็นคนน่าเชื่อถือ และคิดว่าลูกย่อมได้ทำงานในสถานที่ที่ดีที่สุดแล้ว แต่มันก็เท่านั้น..แม่?
    เราอาจจะดูเป็นอะไรบางอย่างในสายตาของคนหมู่มาก และคนหมู่มากเหล่านั้น ก็ดูเป็นอะไรบางอย่างในสายตาเรา แน่แท้แล้ว หากเราได้เข้าถึงมันจริงๆ ได้รู้จักมันอย่างหมดใจ ในที่สุดแล้ว เราย่อมคาดเดาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องไม่มากก็น้อย คนดีๆในหมู่มาก ย่อมมี คนที่ไม่ดีเอาเสียเลย ในหมู่มากก็มีเป็นเงาตามตัว สิ่งใดที่เรากระทบกับมันมากที่สุด เข้าใกล้กับมันมากที่สุด ปัญหาย่อมตามมาในแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว...
    ผมเคยคิดว่า ถ้าเราเลือกที่จะเฉยเมย และมองมันเป็นเพียงเรื่องเล็กๆที่ไม่ค่อยกระทบผิว ก็อาจจะโอเคในระดับนึง แต่อารมณ์ในบางที เรื่องเล็กๆที่เราเคยคิด อาจจะมารู้สึกตัวอีกที ว่านี่มันหนักเอาการ "ตัวฉันจะรับไหวไหมนะ" เพราะในที่สุดแล้ว ไม่ว่าวันใด อารมณ์ของเราอาจจะระเบิดขึ้นมาในแบบที่เราก็งงกับมันเหมือนกัน
   ไม่เคยคิดว่าตัวเองดี หรือมีแนวคิดที่สวยหรูกว่าใคร เพราะทุกคนก็ย่อมมีแนวทางในแบบที่ตัวเขาเองจะรังสรรค์ให้เหมาะกับชีวิตเขา แต่ถ้าผมถามตัวเองว่าเราเหนื่อยมากไปไหม ชีวิตฉันที่เคยมีกลับดับมืดหมดความเป็นเรา เพราะอะไรใหม่ๆจากสิ่งที่เราคิดว่าดีใช่ไหม? ก็คงจะตอบว่าใช่ มันคงจะจริงอย่างที่เราคิด ในที่สุดแล้ว ทางเลือกสุดท้ายที่พึงมี ก็คือหลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่ใช่เรา....
   ไม่มีใครรู้จักตัวเรา เท่าตัวเราหรอกป๊อป คนเราเหมือนนกที่บินไปมา หาหนทางที่จะให้ตัวเองอยู่รอด ในสังคมที่มีแต่ความวุ่นวาย ถ้าเราเข้าพวก หากลุ่มก้อนหรือฝูงนกกลุ่มใหญ่ที่สามารถเอาตัวรอดได้ นกทุกตัวก็คงทำ ทำเหมือนกัน และก็คงทะเยอทะยานออกจากฝูงใหญ่ๆได้ ถ้าวันใดเราแข็งแรง...
   แต่ในสิ่งสุดท้าย ที่เรามักจะมองข้ามไปอย่างน่าเหลือเชื่อ คือต้นไม้ต้นนึง ต้นที่เราเกาะบ่อยๆยามที่เราอยากตั้งตัวหลังจากที่เราล้ม หรือเหนื่อยล้ากับอะไรๆ ต้นไม้ที่พยายามสูงขึ้นไปเรื่อยๆคอยส่งเราให้ยืนในกิ่งก้านที่สูงๆให้มากที่สุด และโบกใบไสวๆให้เราได้รับลมเย็นยามเหนื่อยอ่อน ก็คงหนีไม่พ้นครอบครัวเรา ที่ยังยืนหยัดอยู่ในสังคมของเมืองนี้เคียงข้างเราเสมอมา และพร้อมจะรอรับเรากลับบ้านอย่างเป็นมิตรและภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำ ถ้าคิดได้ในท้ายสุดแล้ว จากสิ่งที่ผมคิด ผมสุขใจจัง ที่ยังมีเขาเหล่านั้นที่เข้าใจผมจริงๆและมองเห็นผมในแบบที่ผมเป็น ความสุขมันคงเกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อยนะ ให้คิดและภูมิใจเสมอๆว่า อย่างน้อยไม่มีใครคิดว่าเราสำคัญ แต่ให้ภูมิใจและยิ้มน้อยๆได้ว่า อื่มม เราก็เป็นคนสำคัญคนนึงในครอบครัวเรานะ แค่คิดได้เพียงเท่านี้ ก็เพียงพอแล้ว

.....................................................................
Popdot      

 

 

 
 
February 28

Silently

     
   

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ความสงบในความรู้สึก
     ความสงบที่ซุกซ่อนอยู่ในความรู้สึกของฉันตอนนี้คือคำว่า "สบาย"
    ฉันเคยเชื่อเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลง ที่หลายๆบุคคลเคยประสบพบมา บ้างก็ว่า สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไป นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ความรุ่งเรื่อง รุ่งโรจน์ตามมาไม่ขาดสาย ในขณะที่หลายๆคน อยากจะวนอยู่กะอดีตเดิมๆที่เคยคิดว่ามันดีที่สุดสำหรับเขา...
    เคยไหม ที่ต้องคิดว่า สิ่งที่เราทำอยู่คือความเป็นมิตร และสงบอยู่ในความเงียบที่พึงจะมี แต่ในขณะที่เราเลือกทำอยู่นั้น ในฝ่ายตรงข้ามกลับคิดว่าเรา กำลังก่อร่างสร้าง "สงครามเย็น"
    ชีวิตคนเรา มันหลายหลายมุมมองคับ ในความเป็นเขา อาจจะไม่ได้มากระทบผิวของเราแต่อย่างใด เพราะเราตั้งมั่นอยู่ในความเชื่อที่ว่า มีคนมากมายที่คิดว่าเราทำดี มีคนมากมายที่ยื่นมิตรภาพที่แท้จริงมาให้อย่างเนืองๆ และก็ไม่เคยคิดว่า ความสำคัญของเขาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา
    ในทุกๆวันตอนนี้ ได้ลองกลับมาใช้ชีวิตที่อิสระอีกครั้ง มันทำให้เราได้รู้จักสิ่งใหม่ ได้ลองทำให้สิ่งที่ไม่เคยได้ทำ หรือได้เป็น ได้พบคนมากมายที่เข้ามาไม่ขาดสาย และเชื่อว่านั้นคือพรหมลิขิตที่ทำให้เราได้มาพบกัน ทั้งๆที่มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย
    อาจจะเป็นที่ว่า เพราะเราปล่อยวาง และนิ่งๆสงบๆ อยู่ในมุมที่จำกัด และแสดงความรู้สึกให้คนที่เข้ามาได้รับรู้ถึงความเป็นเรา ในที่สุดคงจะมีคนพร้อมเป็นเพื่อนเราอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว
     ในวันนี้ อาจจะพบเจอ ได้เห็นอะไรที่มันมากมาย ได้โตขึ้น และมองชีวิตคือการต่อสู้ และความรักคือกำลังใจ แน่นอน สิ่งที่เข้ามาย่อมทำให้เราเลิกกลัว และไม่หวาดหวั่นกับมันแน่นอน เริ่มสงบ และปล่อยวางอยู่ในความพอดี และคิดว่าสิ่งดีๆกำลังใกล้เข้ามาหาเรา ในที่สุดแล้ว สิ่งดีๆเหล่านั้นจะมาหาเราจริงๆ ผมเชื่ออย่างนั้น

จงคิดว่า สิ่งที่เราทำและเป็นในวันนี้ มันดีที่สุดแล้ว.. และสื่งดีๆที่ได้กลับมา ถือว่าเป็นกำไรของชีวิตคับ สู้ๆนะ

     PS. ขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้กัน รับรู้และก็ดีใจมากๆที่ทำให้ มีอะไรได้เรียนรู้กันและกันอีกเยอะ และหวังว่าคงได้รับความรู้สึกดีๆกลับไปจากผมนะ..
     ขอบคุณพี่ใหม่นะ ที่ดูความเป็นไปของน้องตลอด พอเศร้าๆก็ให้กำลังใจอ่ะ และก็มิตรภาพที่ไม่เคยจางหายในหลายๆปี และข้อคิดดีๆที่ทำให้รู้ตัวเองว่ากำลังทำอะไร เฮียเขาสอนว่า "รักอย่างมีหวัง แต่ไม่ใช่คาดหวัง" เท่ทีเดียว เหอๆ

............................................................................
Popdot      

 

 

 
     
January 07

ไม่มีความรักในฤดูหนาว

   
December 05

PARTING

 
October 30

Profoundness

 
   

๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐

Profoundness
     ความรู้สึกที่ซ่อนเก็บไว้ในห้องเหงาที่ปิดเงียบของตัวเรา น่าเศร้าและน่ากลัวเหลือเกิน ความจริงในทุกวัน ชีวิตเรายังดำเนินไปอย่างเรื่อยเปื่อย ถ้าเรามีสติตั้งมั่น ชีวิตประจำวันก็อยู่ในกฏในเกณฑ์ที่เราตั้งไว้ แต่ถ้าวันไหน เราใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย นอกกรอบ ชีวิตหรือความรู้สึกอาจผิดแผกไป และหลงๆกะอะไรหลายๆอย่างได้...

    ที่จริงแล้ว ชีวิตคน เกิดมาเพื่อดิ้นรน ต่อสู้ และพยายามในสิ่งที่เราฝัน เพื่อให้ชีวิตสวยงามและดีขึ้นตามลำดับ อาจยิ้มแย้ม หัวเราะในสถานการณ์ที่จริงๆแล้ว ชีวิตฉันข้างในเศร้าตรมเหลือเกิน แต่ก็ต้องทำ ต้องเป็น เพื่ออะไร..

    เพื่อที่จะให้เขาเหล่านั้นสบายใจ ให้เขาไม่ทุกข์ร้อน ให้เขามีความสุข ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตฉันในเบื้องลึกจริงๆ ก็สวยงาม น่าสัมผัสเหมือนกันนะ แต่เขาข้ามไป ข้ามไป จนลืมมองว่า เราอยู่ในตรงไหน สำคัญไหม ในความทรงจำของเขาเหล่านั้น

   มันก็น่าจะดีไม่น้อย ที่เราเอาความรู้สึกของเราที่ซ่อนเร้นอยู่ บอกใครสักคน ว่าตัวเราที่แท้จริงเป็นยังไง ให้เขาได้รับรู้ และพร้อมที่จะเปิดใจ หรือเดินเคียงข้างเรา แต่นั้นมันก็เป็นสาเหตุ และเป็นปัญหาอย่างไม่สิ้นสุด ว่าเขาคนนั้น อยู่ ณ.ที่ใด ไม่เคยโกรธ หรือโทษชะตาที่ทำให้เราเลือกหรือจำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้ เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ บางทีความรู้สึกที่เขาอยากได้ เราก็เต็มใจนะ และก็คิดว่าดีไม่น้อยที่เขาจะได้เก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆไว้ ไม่ให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจกับตัวเรา แต่บางที ก็อยากจะร้องไห้ อยากจะบอกเขาเบาๆด้วยเสียงที่ล้าอ่อน ว่า มันเหมือนอยู่คนเดียวจัง เหมือนทุกๆวันที่พยายาม มันไร้จุดหมาย และไม่รู้ว่าหนทางในบทสุดท้ายของช่วงเวลานี้จะจบลงอย่างไร..

   มันเหมือน เหนื่อยเหลือเกิน อยากจะพัก หรืออยากจะหยุด แต่ก็อาลัยอาวรณ์ และทำไม่ได้ เพราะคิดว่า คนเราทำดีๆคิดดีๆ ไม่มีทางที่จะทุกข์ใจ และก็คิดเสมอๆว่าช่วงเวลานี้ จะไม่นาน มันจะต้องผ่านพ้นไปด้วยดี แต่นั้นก็ได้แต่คิด มันไม่ใช่เลย มันเหมือนเราวิ่งๆอยู่บนที่สูงๆคนเดียว โดยที่ไม่รู้ว่า จุดสูงสุดของยอดเขาลูกนี้จะมีน้ำเย็นให้เราได้ดื่มเพือแก้กระหาย หรืออาจจะมีเพียงเศษฝุ่นของความแห้งแล้ง เราไม่มีทางรู้เลย....

   เพราะมันคือชีวิตไง ชีวิตที่เราต้องเรียนรู้ที่จะต้องรู้จัก และคิดค้น เพื่อผ่านช่วงที่วิกฤตเหล่านี้ไปให้ได้ แต่มันก็ดีนะ ถ้าอย่างน้อยมันมีความหวัง และกำลังใจ ที่ทำให้เราคาดเดาได้นิดนึงว่าฉันจะโชคดี ฉันจะมีความสุขในไม่ช้า ถ้ามันมีความหวังลมๆแล้งๆเพียงนิดนึงก็คงดี แต่น้อยนักที่ชีวิตฉันจะได้รับความหวังเหล่านั้น ได้แต่รอคอย...

   เคยอ่านหนังสือเล่มนึง เขาเขียนว่า "ความรักทำให้คนไม่เหมือนเดิม ทำให้คนลืมไปว่าชีวิตเราสำคัญกว่าความรักหรือไม่" มันเหมือนย้ำความรู้สึกนะ ว่าเราเป็นแบบนั้นจริงๆหรือเปล่า บางส่วนยอมรับว่าอาจจะจริง แต่บางส่วนเชื่อไหม ว่าคิดเสมอว่า "ดีใจที่ได้ผ่านช่วงความสุขมา และก็จะพยายามไม่เสียใจที่จะเจอเรื่องทุกข์ใจในไม่ช้า เพราะอย่างน้อย ชีวิตนึงก็ได้ผ่านช่วงเวลาของความสุขมาแล้ว"

    ในตอนนี้ ความฝันมันอาจจะไม่สวยงามตามที่หวังไว้แล้ว แต่ก็เชื่อว่า คิดดีๆทำด้วยความรู้สึกที่มาจากใจจริงๆ และจริงใจกับทุกๆอย่างที่ทำจริงๆ ผลของสิ่งที่เราได้ทำลงไป เขาเหล่านั้นคงได้รู้สึกได้นะ มันอาจจะไม่มากมาย หรือทำได้เท่ากำลังที่มี แต่ก็อยากบอกเสมอว่าพยายาม ตั้งใจ และก็หวังดี ไม่เคยคิดหรือมองอะไรในแง่ร้ายๆ ในแบบที่เขาเหล่านั้น คิดกับผมเลย สิ่งนี้คือเรื่องจริงจากความรู้สึกในจิตใจคับ
......................................................................................................................
Popdot      

 
     
September 24

POPDOT BOOK :

 
 

๒๔ กันยายน ๒๕๕๐

หนังสือที่อ่านแล้ว....
     หนังสือก็เปรียบเหมือนชีวิตคน มีหลายบท หลายตอน หลายอารมณ์ ถ้าดีขึ้นมาหน่อย ได้รับการสนใจจากผู้อ่าน ก็กลายว่าเป็นการตีพิมพ์ในหลายต่อหลายครั้ง
     หนังสือของผมมีหลายแง่มุมคับ บางที บางตอนที่ผมต้องการสื่ออกไปเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจความรู้สึกของมัน กลับกลายเป็นว่า บทๆนั้น ผู้อ่านได้ตีความหมาย จากสิ่งที่บรรจงใส่ลงไปอย่างสวยงามเป็นเลวร้าย ผมโทษตัวเอง..
     เพราะความที่ ตัวผมในฐานะผู้เขียน อาจทำให้ผู้อ่านตีโจทย์ในด้านที่เป็นลบไว้ จนทำให้ผู้เขียนอย่างผม สับสนและไม่รุ้จะเขียนบทต่อไปอย่างไรดี ผมไม่โทษผู้อ่าน ไม่โทษใคร เพียงแต่สงสัยจนถึงทุกวันนี้ ว่าความสวยงามของบทก่อนๆที่ผู้อ่านได้เคยสัมผัส ซึมซับ อารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้น ไปอยู่ ณ.ที่ใด
    หรือบางที หนังสือเล่มที่ค่อนข้างหนาเล่มนี้ของผม ที่บรรจงเขียนมันมากับมือ เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่เราตั้งใจจะแต่งเรื่องนี้เพื่อเขา ได้อ่าน ได้สัมผัสมัน แต่ก็ยิ่งดู ก็เหมือนกับว่า หนังสืออันทรงคุณค่าของเรา อาจถูกเก็บใส่ในลิ้นชัก หรือห้องเก็บของ ห้องใดห้องนึง แล้วแต่ความจะเป็นไปของเขาก็เป็นได้
    ในแต่ล่ะบท ล่ะตอน ของหนังสือ มันบ่งบอก ถึงอะไรๆหลายๆอย่างที่ผู้เขียนคนนึง วาดฝันไว้ อาจฉาบฉวย หรืออาจจะสวยงามอย่างมากมายก็ได้ แล้วแต่จินตนาการของผู้อ่าน ผมไม่เถียง แต่ในมุมกลับกัน ชีวิตคนๆนึง ที่คล้ายๆกับหนังสือเล่มที่ผู้อ่านนั้น ได้อ่านแล้ว มันกลับหมดหวัง ไร้หนทางจริงๆคับ คาดเดาถึงหนังสือชีวิตของตัวเองไม่ได้ ว่าเขาผู้ซึ่งเป็นผู้อ่าน จะบรรจงห่อใส่พลาสติกใสเพื่อให้หนังสือคงทน หรือ อาจจะเฉยๆกับหนังสือเล่มนี้ ปล่อยให้โดนลม โดนฝนแล้วแต่ชะตากรรมของหนังสือมัน
    บางที ผู้เขียนอย่างผม เศร้ามาก และก็จมอยู่กับ หนังสือเล่มนี้ โหยหาบทก่อนๆ บทต้นๆที่เคยได้รับความนิยม จากผู้อ่าน เพื่อหวังว่าสักวัน บทๆนั้นที่เคยได้รับความนิยม จะได้รับการต้อนรับอย่างดี จากตัวผู้อ่านอีกครั้ง ผมรอวันนั้น..
    โชคชะตา มันก็คือความหมายเดียวกับ เคราะห์กรรม ความสุข มันก็คือความหมายเดียวกับความทุกข์ เพียงแต่มันน้อยนิดเหลือเกิน ในเพียงเวลาไม่นาน ที่ผมได้รับความสุขอย่างนั้นกลับมา มันพอจะทำให้ลบเลือนความเหงา หมดหวังได้ แต่มันก็เป็นระยะสั้นๆ สั้นจริงๆที่ผู้เขียนอย่างผม จะนำมามันเก็บไว้ เพื่อเขียนเล่มต่อไปได้ มันเหมือนแค่เพียงลมบางๆที่กระทบเข้ามาในเวลานั้น ซึ่งทำให้เราหายร้อนได้แค่นิดเดียวเอง และเราก็รอ รอ และไขว่ขว้าว่าอีกเมื่อไหร่ สิ่งนั้นจะกลับมา
    มันเป็นแค่เพียงนัยย์ๆอย่างนึง ที่พึงจะบอกแก่ผู้อ่านเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ของผู้เขียน เพียงแต่บทนำเรื่องของหนังสือชีวิตเล่มนี้ มันสวยงามนะ เป็นหนังสือที่ผู้เขียนคนนี้ ตั้งใจแต่ง ตั้งใจในทุกๆวลีของชีวิต เพื่อให้ผู้อ่านได้อิ่มเอม ได้มีความสุข ซึ่งมันก็พอจะทำให้ผู้เขียนอย่างผม พลอยได้รับความสุขนั้นมาด้วย แต่เจตนาของหนังสือเล่มนี้ คือการความรัก ความรุ้สึก การตั้งใจทำ และเจตนาดีๆที่หวังว่า ทุกๆหน้าของหนังสือ ทุกๆตอนของหนังสือ จะทำให้จังหวะชีวิตของผู้อ่านและผู้เขียนดำเนินไปด้วยกัน อย่างสวยงาม เพียงแค่ ผู้อ่านได้รับรู้ถึง ความหมายของมันจริงๆ ความหมายของหนังสือเล่มนี้ อย่างลึกซึ้งเท่านั้นเอง..

   ในตอนสุดท้ายของเล่มนี้ ผู้เขียน นำบทก่อนๆในช่วงแรกๆของหนังสือเล่มนี้ มาอ่าน มันช่างสวยงาม และมีความสุขในการเขียนมากๆครับ ได้เขียนบทที่ผู้เขียนมีแต่ใบหน้าที่มีความสุขและสนุกกับการเขียน ถ้าเป็นไปได้ อยากย้อนเวลาไป เพื่อให้ได้เขียนบทก่อนๆซ้ำๆ และอยู่ในช่วงเวลานั้น อย่างไม่มีวันเลือนหาย คงจะดีไม่น้อย...ไม่อยากกลับมาเห็นหนังสือเล่มที่เขาอ่านทิ้งไว้ อย่างไม่ใส่ใจหนังสือเล่มนี้เลย ..
.........................................................
Popdot      

 
July 22

ปล่อย และ อยู่เดียว

     

ปล่อย และ อยู่เดียว

ถ้าเกิดเลือกได้ ที่จะไม่มีอะไร ขอให้ไม่มีรัก เกิดเลือกได้ว่าอยากมีอะไร ก็อยากเป็นคนมีค่าในตัวเอง....
         หลายครั้งที่เราดิ้นรนไปก็เหมือน มีคนมาเหยียบ มาย่ำเรา ปล่อยให้ตัวเองโดนว่า ดูถูก ไม่ถนอมน้ำใจ แต่ก็นั้นแหละ เราเลือกไม่ได้ บอกว่าตัวเอง พยายามไหม พยายามมากมายเลยแหละ ทำอะไรหลายๆอย่าง ไม่นึกถึงตัวเอง ว่าจะเป็นยังไง เราว่าเราดีนะ เราเชื่อแบบนั้น เราพิสูจน์ได้จากความจริงว่าเราเอาใจใส่ในทุกอย่างๆ ช่างจำซะเยอะแยะ จนเรื่องของตัวเองลบเลือนไปในสมอง เป็นเด็กที่คุณครูรัก เรียนเก่ง เกียรตินิยม เพื่อนให้ความสำคัญมาก แต่กลับละเลยเพื่อน อยู่และคิดคนเดียว ไม่ใส่ใจ ปล่อยตัวเอง ให้น่าสงสาร ให้โดนแคลน จนความดีหรือสิ่งที่มีค่าในตัวเราหมดไปเลย กลายเป็นคนที่เป็นเหมือนสิ่งที่เขาเห็น แล้วร้องหยี๋
        คำว่า อคติกับคน เราเคยได้ยิน และไม่เคยมองคนที่ด้อยค่ากว่า ว่าไม่ดี แต่ก็โดนอะไรๆบางอย่างสั่งมา ให้เราโดนมองเป็นคนที่มีความบกพร่อง เขาอคติเรา..
        โลกนี้มันซับซ้อนนะ คนดี ตั้งใจดี พยายามดี เหมือนเมล็ดถั่ว ที่ไม่มีแม้แต่จะมีโอกาสงอกงาม ไม่มีสิทธิพูด ไม่มีสิทธิขอ เพราะไม่เคยได้สิทธิอะไร มันเป็นกรรม กรรมที่เราจำไปเรื่อยๆ ว่าทำดีแล้วจะมีกรรมให้สงสารตัวเองมากๆ เพื่อที่ว่าอนาคตข้างหน้า จะได้ไม่ซื้อบื้อ ไม่อ่อนแอ
        จะตี 2 แล้ว ที่นั่งคิดมากเรื่องนั้นนี้ มีอะไรอีกเยอะ ที่เราต้องเจอ ท้อแท้ สงสารตัวเองในวันนี้ ร้องไห้ ไปก็ได้แต่คำปลอบใจที่ได้ตัวเอง ไม่มีใครเห็น หรือเห็นใจเราหรอก ชาตินี้ ก็เหมือนมีเคราะห์ ใครๆก็เห็นเป็นคนร่าเริง สดใส บล๊อคสวย แต่อกตรม ท้อแท้ อยู่เดียวในโลกเงียบ ก็ทำงานๆ ไม่เชื่ออะไรอีกเป็นครั้งที่ 3 หรือ 4 ไม่มีใครจำหรอก ว่าใครทำอะไรกับเรา มีแต่เราที่เป็นฝ่ายจำ เพราะถูกกระทำ ไม่ขอให้ใครเจอเหมือนเรา ไม่ขอให้เขาเป็นแบบนี้ แบบที่เราเป็น เพราะมันไม่ดีหรอก ขอให้เขาสวยงาม มีแต่ความปราถนาดีๆที่มีให้เขาอย่างไม่ขาดสาย เราทุกข์มาเยอะแล้วป๊อป แค่เกิดมา ได้มีงาน พอเลี้ยงตัวเองกับให้ที่บ้านนี่ มันก็อัศจรรย์แล้ว ให้ปลง และคิดเยอะๆว่า ความดีที่เรามี ความทุกข์ที่เรามี เราได้เห็นได้รับรู้เพียงคนเดียว อยู่เดียวๆในโลกเงียบ ปล่อยให้สิ่งที่เคยจำให้หายไป อย่าหลงเหลืออะไรให้คิด ให้คิดแต่วันหน้า วันที่เราจะได้ดี และพบเจอสิ่งดีๆสักวัน วันนั้นเราคงมีนะ 

     ** ปล่อย เสียงเงียบ ลองฟังดู ก็ได้ยินว่าใจสั่นๆ ขณะพิม มันคือ การพะ-วง ว่าเราจะอยู่ได้ไหม ในวันข้างหน้า
     ** เหนื่อยล้าอยากหลับ เพราะจะตี 3 แล้ว แต่ก็โหยหา ว่าเขาจะโทรมาไหม ใจแข็งและยิ้มสู้

จิตใจเรา มันยากที่จะเข้าใจ รักตัวเอง คุยกับคนเยอะๆ กลับหาเพื่อนเก่า หางานจ๊อบ เก็บตัง และก็ลืมมันซะ
โชคดีนะ ..

 
June 15

Back To Basics

 
   

๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๐

จุดเดิม
     ในยามที่เราหม่นหมอง หรือเศร้าๆกับอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องความรัก ใจนึงก็คงอยากจะพัก และกลับไปสู่ความเป็นเราแบบไม่คิดอะไรได้ในขณะนึง
     แต่นี่มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ย่อมจะมีเรื่องต่างๆเข้ามาไม่รู้จักจบสิ้น เพราะความต้องการในหลายๆเรื่องของเรา ยังไม่พอดี ยังต้องดิ้นรน ใจจริงก็อยากที่จะพัก และอยู่เฉยๆนิ่ง ในคงที่สักพัก.. แต่ก็อยากที่จะขวนขวาย หาสิ่งที่ดีให้กับตัวเองในชีวิตบ้าง ให้เป็นไปอย่างสวยงาม และดีขึ้นกว่าเดิมบ้าง แต่มันก็มีอุปรรค อุปสรรคในที่นี่มันเกิดจากตัวเราเอง จากสิ่งแวดล้อม จากอะไรหลายๆอย่าง ซึ่งทำให้เราเพลีย เบื่อ ล้า จนยากที่จะดิ้นรนไป..
     เคยวาดหวังไว้สวยๆ ว่าเราคงต้องได้ดี เราคงจะมีความสุขในแบบของคนที่ดิ้นรนในเมืองนี้ ให้ดีกว่าเดิมให้ได้ เพื่อตัวฉันที่ฝันใฝ่ และครอบครัวอันเป็นที่รักได้อุ่นใจ แต่เรายังไม่เคยได้ลองกับมันจริงๆย่อมคิดหรือฝันแบบนั้นได้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่เลย มันคนล่ะมุมมองกับที่คิดไว้เลย
     ความยากของอะไรหลายๆอย่าง ย่อมทำให้เราท้อ ท้อทั้งเรื่องที่คิดว่ายากมากๆ จนไปถึงท้อแม้แต่เรื่องเล็กๆ เพราะความเบื่อและการอยู่นิ่งๆกับอะไรเดิมๆมันมีมาก จนอยากรู้สึกที่จะไปดิ้นรนที่อื่นดูบ้างแล้ว และนั้นก็คือประเด็นนึงของตัวเรา
     ในตอนเด็กๆจุดๆนึงของความฝันใฝ่ คือการได้ไปเที่ยวกับครอบครัวในช่วงปิดเทอม ได้ไปเล่นน้ำ ได้ไปหาอะไรทานแบบจุใจ กับคนที่เรารัก และนั่งคิดว่า จะเก็บเกี่ยวความสุขในการเที่ยวแบบชั่วคราวนี้ ในยาวนานที่สุดได้อย่างไร จนแม้กระทั้ง เดินทางกลับก็ยังคงคิดว่า พรุ่งนี้ก็วันหยุด เราปิดเทอม มีอะไรสนุกๆที่บ้านให้เล่นอีกเยอะแยะ นั้นคืออดีต..
     ในจุดเดียวกัน ในมุมมองของตัวเองตอนนี้ มีแต่คิดว่า ฉันจะได้กลับมาเที่ยวในเวลาแบบนี้ กับพ่อแม่ กับคนที่เรารักอีกนานแค่ไหน มีอะไรบ้างไหมที่จะรั้งเวลาในการที่จะไม่คิดอะไรแบบโตๆ ให้มันยาวนานขึ้นไหม มันน่าเศร้าใจนะ ที่ว่าเวลาในตอนนี้ มันสั้นนัก มันไม่ยาวนาน และก้ไม่ยุติธรรมกับคนที่ทำงานอย่างมากมายแบบเราเอาเสียเลย และแม้แต่ในขณะนั่งรถกลับ คงไม่มีความคิดในจุดเล็กๆในอดีตอีกแล้ว มีแต่การอาลัยอาวรณ์ และก็ต้องทนกับการทำงานของวันรุ่งขึ้นอีกครั้ง โดยที่เราอาจจะไม่มีเวลาได้ทำอะไรตามใจได้แบบนี้อีกนานเลย
      ชีวิตคนต้องดิ้นรน ผมรู้ และเข้าใจมันอย่างมาก สัจธรรมที่มันกำหนดมา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราปลง และคิดว่ามันเป็นวิถีของคน ที่ต้องเป็นไปตามวัย และเวลา จุดเดิมๆที่สดใส มองโลกอย่างปลอดภัย เป็นแค่เพียงความทรงจำที่นึกขึ้นมาในยามที่คิดถึง มันคงได้แค่เท่านั้น และก็คงจะเป้นความทรงจำแรกๆที่จะคิดขึ้นได้ไปจนตลอดชีวิตเรา
     บรรยากาศยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ฟ้ายังเป็นฟ้าสวย ทะเล หรือแม้แต่ลมก็ยังคงเหมือนเดิม ถึงแม้ตัวเราจะกลับที่ๆเดิมอีกครั้งในวันนี้ ความคิด ร่างกาย จะเปลี่ยนไปตามรูปกาลของเวลา แต่เราก็ยังมีความรู้สึกและจิตใจที่เป็นเราอยู่ไม่เสื่อมคลาย..
......................................................................
Popdot                                          
            

 
 
March 21

RUNNINg

 
   

๒๑ มีนาคม  ๒๕๕๐

วิ่งไปข้างหน้า
     ใครจะรู้ว่าวันข้างหน้าเป็นอย่างไร ใครจะคาดเดาอนาคตได้ว่าจะมีชีวิต มีสีสันในความแตกต่างของวันนี้ยังไง การคาดเดาเพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจที่ดีกว่าเดิมอาจจะทำได้ แต่เรากำหนดโชคชะตาในโลกกว้างของวันข้างหน้าไม่ได้
     ผมอยากหลับตา เพื่อให้มองแต่ข้างหน้ามีแต่สีขาว ไม่มีจุดสิ้นสุดของขอบฟ้า หรืออะไรก็ตาม เพื่อที่ว่าจะวิ่งๆไป วิ่งอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยจนถึงสิ้นสุดของความคิดแล้วหยุดยืนอยู่อย่างนิ่งๆ เพื่อรำลึกถึงเส้นสีขาวที่เราผ่านมาว่าเราล้มและพักลงบนเส้นทางนั้นกี่ครั้ง..
     มันคงเป็นไปไม่ได้ ผมรู้ มันไม่มีอะไรที่ดีกว่าได้คิดเพ้อๆอีกแล้วในขณะนั้น เช่นอย่างในทุกๆวัน เรามีเรื่องราวผ่านมาเยอะแยะมากมาย รุมโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน บางทีสิ่งเหล่านั้นเราก็รับมือมันได้อย่างสง่างาม บางทีเราก็ไม่มีทางสู้มัน เหมือน เรื่องของยาย
    
ยายคือ คนที่วาดเส้นทางแรกในชีวิตให้ผม เป็นคนปูทางเส้นทางเดินเส้นแรกในชีวิต เป็นเส้นทางที่ผมจำได้ตลอดชีวิต เส้นทางที่มีแต่ความห่วงใยตลอดทาง ยามเหนื่อยๆก็มีน้ำเย็นๆ ยามล้มก็มีมือของยายคอยพยุง เพื่อให้หลานคนนี้สู้ชีวิตในโลกกว้างอีกครั้ง ผมรักยาย 
     แต่เมื่อไม่นานนี้เราได้ยินข่าวร้าวอีกครั้ง คุณหมอที่ตรวจอาการยายทุก 3 เดือน แจ้งว่า ยายยังคงมีเชื้อร้ายอยู่ ทั้งๆที่หลายเดือนก่อนหน้านั้น เราทั้งครอบครัว ยินยอมให้คุณหมอผ่าตัดมดลูกยายเพราะเจอเชื้อร้ายนั้นอยู่ และก็เชื่อจากปากคุณหมอว่ายายจะไม่มีเชื้อคงค้างอยู่
     แต่ในวันนี้ ยังคงมีเชื้อร้ายนั้นอยู่ ยายผมท่านอายุมากแล้ว การผ่าตัดแต่ล่ะที ก็คงเจ็บน่าดู ผมรู้ และเราก็ไม่คิดว่ายายจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก ที่บ้านก็คิดๆกัน ว่าวันศุกร์ที่ 23 นี้ ผลจะเป็นยังไง ผมหวังว่ามันก็เป็นแค่เชื้อและก็คงเป็นเชื้อที่น้อยนิด ต้องรักษายายหายแน่ๆ ผมหวังอย่างนั้น เพราะผมไม่อยากให้ยายเป็นอะไร ไม่อยากให้ยายเจ็บๆอีก แต่นี่ไงอย่างผมที่บอก เราหลับตาแล้ววิ่งไปข้างหน้าอย่างทีคิด เพื่อให้มันผ่านเรื่องไม่ดีในวันนี้ไม่ได้ เพราะนั้นมันคือจินตนาการ..
     เหตุผล และหลักการของแต่ล่ะบุคคลแตกต่างกัน ความคิดความอ่านก็ย่อมเกิดการขัดแย้งกันได้ มันเป็นสัจธรรมที่เราควบคุมมันได้ เพียงแค่อารมณ์ ผมอาจจะดูเป็นคนหลายๆบุคลิก อาจจะดูเป็นคนหลายหลากอารมณ์ บางวันอาจจะมีเรื่องที่เครียดมากที่สุดในโลกอยู่ในใจ แต่สิ่งที่แสดงออกมาให้คนอื่นเห็นอาจจะเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ไม่คิดอะไร ดูเหลวไหล และเดาความคิดไม่ถูก
    แต่สิ่งนั้นอยากบอกใครหลายๆคน ที่ใกล้ชิด และรู้จักผมว่า ผมมีเรื่องราวเยอะเหลือเกินครับ บางทีผมก็อาจจะคิดเรื่องบางเรื่องที่คนอื่นเขาไม่คิดกัน บางทีผมก็อาจจะดูเป็นคนไม่ดีเลยในสายตาคนที่มอง แต่ตอนนั้นผมอาจจะคิดว่ามันไม่มีอะไรก็ได้ ก็นี่แหละ ชีวิต ชีวิตที่เราต้องวิ่งๆไปเรื่อยๆตามความเป็นไปของความเป็นคน 
    บางเวลา เราต้องวิ่งให้ทันคนอื่นเพื่อให้ทันกับสังคม บางขณะเราก็ต้องวิ่ง วิ่งอย่างไม่หยุดเพื่อให้ผลที่ได้จากการวิ่งมาแปรเป็นความสุขในชีวิต ในบ้าน ในครอบครัว จากการทำงานของเรา บางครั้งเราอาจจะต้องวิ่งๆเพื่อหนีสิ่งที่เรากลัว และพ่ายแพ้กับมัน เพื่อมายังจุดเดิม เพื่อได้สะสมความคิด สะสมพลัง พร้อมที่จะวิ่งไปสู้กับสิ่งนั้นอีกครั้ง เพื่อให้สู่สิ่งฝันของเรา
    ในตอนนี้มีหลายเรื่องที่ผมวิ่งเข้าหา หลายเรื่องที่วิ่งเข้ามา และหลายเรื่องที่วิ่งออกไป ไม่รู้ว่าในวันนี้หรือทุกๆวันที่วิ่งอยู่ ผลสุดท้ายจะเป็นยังไง แต่ขอให้ทุกๆสิ่งที่ผมได้เคยผ่านมา เป็นเพียงเส้นทาง-เส้นทางนึง ที่ผมเคยผ่าน เส้นทางนี้มีตรงไหนที่มีความทรงจำดีๆผมจะเก็บมันไว้อย่างดี เส้นทางนี้ตรงไหนที่ผมล้ม ผมจะเก็บเอาไว้เป็นบทเรียนเพื่อสู้กับวันข้างหน้าต่อไป และหวังว่าเส้นทางสายใหม่ในวันข้างหน้าที่จะเข้ามาหาผม คงมีแต่สิ่งที่สวยงามและน่าจำจำไปตลอดเส้นทางนั้นนะ ผมหวังแค่นั้นครับ...
    ขอให้ยายหายนะ รักยายมากๆ
......................................................................
Popdot   
                                                   

 
 
February 27

LOVE LETTER

 
   

๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

การเริ่มต้นจดหมายรักใหม่ กับคนเดิม?
     คุณเคยมีเสียงเรียกเข้าเพลงใหม่ๆ เพลงนึงที่คุณชอบมากๆไหม แต่เสียงเรียกเข้าเพลงนี้ เป็นเสียงเรียกเข้า ของคนๆนึง ที่มีเพลงนี้เฉพาะเขาคนนั้นคนเดียว และก็ไม่มีโอกาสจะได้ยินเสียงเรียกเข้านี้ดังเลยสักครั้ง แต่อยู่ดีๆ ขณะๆที่เรากำลังทำงาน หรือใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย ก็ได้ยินเสียงนี้ ดังขึ้นมา..

    การมีความรักเหมือนลม ที่เราสัมผัสไม่เคยได้ และก็ไม่คิดว่าลมที่ไกลๆ จะหวนกลับมาอีกครั้ง กลับมาให้เราได้รับลมเย็นๆที่เคยรู้สึกดีๆเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง มันทำให้นึกถึงอดีตที่สดใสได้เลยครับ ว่ามันเป็นอย่างไร
    ทุกอย่างมันย่อมมีเหตุผลของมันเสมอ ผมไม่เคยคิดโทษอะไร ไม่เคยคิดว่า มันเป็นเรื่องไม่ดี หรือทำให้เราหม่นหมอง ทั้งๆที่บางทีเราก็เคยคิดนะ แต่ว่าพอผ่านวันเวลาเพียงแค่ไม่นาน เราก็ลืมแล้ว แค่เห็นว่าวันนี้เราได้เจอสิ่งดีๆที่หวังว่าจะเข้ามาหาบ้าง แล้วก็ได้เข้ามาจริงๆก็พอแล้ว
     ตลอดเกือบ 4 สัปดาห์ ที่เราทำความรู้จักกันใหม่ เราได้รู้ถึงความรู้สึกของกันและกันมากกว่าแต่ก่อน และก็รู้สึกคุ้นเหมือนว่าเราได้รู้จักกันมานานมากแล้ว ได้ปฏิบัติกิจวัติเดิมๆที่ผมเคยทำในตอนนั้นอีกครั้ง ปัดฝุ่นกันน่าดู แต่ก็ดีใจ มันคงอธิบายยากสักหน่อย แต่อยากบอกว่า ผมดีใจจังครับ ดีใจมากๆที่ได้มีวันนี้ ได้กลับมาพบคนที่ผมรอมาเสมอ และก็คิดในตอนนั้นว่า จะเป็นจริง และมันก็เป็นจริงๆ มีคนนั้นมาอยู่ตรงหน้าผมจริงๆ..
   
มีหลายๆเรื่องเลยที่เราเหมือนกัน มีหลายอย่างที่เราขัดแย้งกัน และก็มีหลายกิจกรรม ที่เราทำด้วยกัน มันเหมือนว่า ในทุกวันที่เราวนเวียนอยู่ในโลกใบนี้ มีคนๆนึง เพิ่มเข้ามาในชีวิตเรา ซึ่งเราก็เต็มใจรับเข้ามาอย่างยินดี
      ความรักมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนครับ ผมก็มีข้อไม่ดีๆก็เยอะๆ ซึ่งเขาก็ยินดีที่รับฟังและก็ให้ผมปรับเพื่อตัวผมเอง และคนรอบข้าง จากที่เราเคยคิดคนเดียวมาแสนนาน ก็กลายเป็นว่าในทุกๆอย่างที่เป็นเรา เรามีคนคอยให้คำปรึกษา และแนะนำซึ่งกันและกัน ได้มีความรู้สึกใหม่ๆที่ไม่ใช่แค่ความรักที่มอบให้ครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่ก็เป็นความรัก ความรักนึงที่เราไม่ได้แบ่งความรักจากที่บ้านมาให้เขา แต่เป็นความรักที่เรามีอยู่ในความรู้สึกลึกๆมานานแล้ว ได้นำมามอบให้กันและกันด้วยความเต็มใจ
     จดหมายหน้านึง ที่บ่งบอกถึงความรัก อาจจะดูเป็นจดหมายทั่วๆไปคับ ที่คนรักมักส่งให้กันและกัน แต่จดหมายแผ่นนึงที่เราเจาะจงส่งให้เขาคนนั้น ถ้าเขาได้เปิดอ่านคงตื่นเต้นมากกว่า คนอื่นๆที่ผ่านมาอ่านแล้วไม่ได้สนใจ เพราะเนื้อความในนั้น บ่งบอกถึงความเป็นเรา เพียงแค่ 2 คน ซึ่งก็ต่างรู้กันดี และเข้าใจเพียงแค่อ่านว่ามันคืออะไร...
      ผมไม่ได้วาดหวังว่าความรักครั้งนี้จะเป็นยังไง  ไม่ได้คิดสูงว่าสุดท้ายมันจะลงเอยแบบสวยงาม แต่ก็แค่หวังเล็กๆว่า วันนี้ เราได้เลือกสิ่งนึงเข้ามาในชีวิต ได้บรรจงเขียนลงในจดหมาย ด้วยลายมือที่สวยงามและตั้งใจ พร้อมกับจ่าหน้าซองสีสวยและติดแสตมป์อย่างบรรจง เพื่อที่ว่าจดหมายเล็กๆของผม ที่มีความหมายเปี่ยมล้น ได้ส่งถึงมือผู้รับที่ผมจ่าหน้าซองเองกะมือ ได้ส่งถึงเขา ผมก็พอใจมากๆแล้วครับ
..............................................................................
J-Pop                                                   
  

 
 
January 25

ลด ลด ลด

 
    

๒๕ มกราคม ๒๕๕๐

ถึงเวลาเริ่มต้นกับตัวเองใหม่ๆ?
     หลังจาก ทำงานๆกลับบ้านๆและกินนั้น กินนี้ รวมทั้งทานยาเสริมสุขภาพมากๆมานาน ในครั้งนั้นก็น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็วและยาวนานมาเกือบปีสองปี จำได้น้ำหนักมากสุดไม่นานนี่เองเกือบ 83 กิโลกรัม จริงๆแล้ว ผมเป็นคนโครงสร้างใหญ่ครับ ถ้าเอารูปสมัยประถมมาดู จะเป็นคนที่อ้วนที่สุดในห้อง เกือบจะ 90 กิโลฯ แนะ แต่พอเริ่มต้นในมัธยม ความสูงก็เริ่มมี การยืดตัวช่วยให้เยอะ ทำให้น้ำหนักน้อยมากมากตอนนั้นจะ 50 กว่าถึง 55 ประมาณนั้น
     แต่ที่บ้านผมเป็นคนโครงสร้างใหญ่ๆกันทั้งบ้านครับ คุณแม่เป็นคนตุ้ยนุ้ยตั้งแต่เด็ก ซึ่งถ้าวันใดวันนึง แม่เกิดผอมขึ้นมา ทั้งพ่อ พี่น้อง รวมทั้งผม คงตกใจน่าดู เพราะแม่เป็นคนน่ารักแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว และพ่อก็รักแม่ที่เป็นแม่แบบนี้อ่ะครับ จริงๆแล้ว เรื่องแบบนี้ บางคนอาจเอามาเครียดมากมายมากๆ โดยเฉพาะคนที่รักษาสุขภาพ และดูแลร่างกายสม่ำเสมอ ประมาณ 3-4 เดือนก่อน ตอนนั้นผมก็เครียดครับ อึดอัด กินไรก็อืดๆ เดินก็หงุดหงิด เพราะโรคอ้วนเข้าแทรก ทำให้เราขี้เกียจ และไม่อยากทำอะไรนอกจากกิน นอน และก็กินยกสองตามเคย แต่พอเริ่มมีสติ อายุก็เริ่มจะเยอะแล้ว เราควรที่จะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่ออนาคตที่ดี และไม่ให้ใครเรียก น้องหมี อ้วน หรืออะไรก็ตามแต่อีกต่อไป
       ผมเริ่มเข้าฟิตเนส เริ่มวิ่งๆและจริงจังมากขึ้น กินน้อย ไม่กินเยอะ เล่นและออกกำลังกายให้นานๆ เพื่อที่ว่ากลับบ้านจะได้อาบน้ำนอนเลย ไม่ต้องกินเย็นอีก มันก็ช่วย