๒๔ กันยายน ๒๕๕๐
หนังสือที่อ่านแล้ว....
หนังสือก็เปรียบเหมือนชีวิตคน มีหลายบท หลายตอน หลายอารมณ์ ถ้าดีขึ้นมาหน่อย ได้รับการสนใจจากผู้อ่าน ก็กลายว่าเป็นการตีพิมพ์ในหลายต่อหลายครั้ง
หนังสือของผมมีหลายแง่มุมคับ บางที บางตอนที่ผมต้องการสื่ออกไปเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจความรู้สึกของมัน กลับกลายเป็นว่า บทๆนั้น ผู้อ่านได้ตีความหมาย จากสิ่งที่บรรจงใส่ลงไปอย่างสวยงามเป็นเลวร้าย ผมโทษตัวเอง..
เพราะความที่ ตัวผมในฐานะผู้เขียน อาจทำให้ผู้อ่านตีโจทย์ในด้านที่เป็นลบไว้ จนทำให้ผู้เขียนอย่างผม สับสนและไม่รุ้จะเขียนบทต่อไปอย่างไรดี ผมไม่โทษผู้อ่าน ไม่โทษใคร เพียงแต่สงสัยจนถึงทุกวันนี้ ว่าความสวยงามของบทก่อนๆที่ผู้อ่านได้เคยสัมผัส ซึมซับ อารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้น ไปอยู่ ณ.ที่ใด
หรือบางที หนังสือเล่มที่ค่อนข้างหนาเล่มนี้ของผม ที่บรรจงเขียนมันมากับมือ เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่เราตั้งใจจะแต่งเรื่องนี้เพื่อเขา ได้อ่าน ได้สัมผัสมัน แต่ก็ยิ่งดู ก็เหมือนกับว่า หนังสืออันทรงคุณค่าของเรา อาจถูกเก็บใส่ในลิ้นชัก หรือห้องเก็บของ ห้องใดห้องนึง แล้วแต่ความจะเป็นไปของเขาก็เป็นได้
ในแต่ล่ะบท ล่ะตอน ของหนังสือ มันบ่งบอก ถึงอะไรๆหลายๆอย่างที่ผู้เขียนคนนึง วาดฝันไว้ อาจฉาบฉวย หรืออาจจะสวยงามอย่างมากมายก็ได้ แล้วแต่จินตนาการของผู้อ่าน ผมไม่เถียง แต่ในมุมกลับกัน ชีวิตคนๆนึง ที่คล้ายๆกับหนังสือเล่มที่ผู้อ่านนั้น ได้อ่านแล้ว มันกลับหมดหวัง ไร้หนทางจริงๆคับ คาดเดาถึงหนังสือชีวิตของตัวเองไม่ได้ ว่าเขาผู้ซึ่งเป็นผู้อ่าน จะบรรจงห่อใส่พลาสติกใสเพื่อให้หนังสือคงทน หรือ อาจจะเฉยๆกับหนังสือเล่มนี้ ปล่อยให้โดนลม โดนฝนแล้วแต่ชะตากรรมของหนังสือมัน
บางที ผู้เขียนอย่างผม เศร้ามาก และก็จมอยู่กับ หนังสือเล่มนี้ โหยหาบทก่อนๆ บทต้นๆที่เคยได้รับความนิยม จากผู้อ่าน เพื่อหวังว่าสักวัน บทๆนั้นที่เคยได้รับความนิยม จะได้รับการต้อนรับอย่างดี จากตัวผู้อ่านอีกครั้ง ผมรอวันนั้น..
โชคชะตา มันก็คือความหมายเดียวกับ เคราะห์กรรม ความสุข มันก็คือความหมายเดียวกับความทุกข์ เพียงแต่มันน้อยนิดเหลือเกิน ในเพียงเวลาไม่นาน ที่ผมได้รับความสุขอย่างนั้นกลับมา มันพอจะทำให้ลบเลือนความเหงา หมดหวังได้ แต่มันก็เป็นระยะสั้นๆ สั้นจริงๆที่ผู้เขียนอย่างผม จะนำมามันเก็บไว้ เพื่อเขียนเล่มต่อไปได้ มันเหมือนแค่เพียงลมบางๆที่กระทบเข้ามาในเวลานั้น ซึ่งทำให้เราหายร้อนได้แค่นิดเดียวเอง และเราก็รอ รอ และไขว่ขว้าว่าอีกเมื่อไหร่ สิ่งนั้นจะกลับมา
มันเป็นแค่เพียงนัยย์ๆอย่างนึง ที่พึงจะบอกแก่ผู้อ่านเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ของผู้เขียน เพียงแต่บทนำเรื่องของหนังสือชีวิตเล่มนี้ มันสวยงามนะ เป็นหนังสือที่ผู้เขียนคนนี้ ตั้งใจแต่ง ตั้งใจในทุกๆวลีของชีวิต เพื่อให้ผู้อ่านได้อิ่มเอม ได้มีความสุข ซึ่งมันก็พอจะทำให้ผู้เขียนอย่างผม พลอยได้รับความสุขนั้นมาด้วย แต่เจตนาของหนังสือเล่มนี้ คือการความรัก ความรุ้สึก การตั้งใจทำ และเจตนาดีๆที่หวังว่า ทุกๆหน้าของหนังสือ ทุกๆตอนของหนังสือ จะทำให้จังหวะชีวิตของผู้อ่านและผู้เขียนดำเนินไปด้วยกัน อย่างสวยงาม เพียงแค่ ผู้อ่านได้รับรู้ถึง ความหมายของมันจริงๆ ความหมายของหนังสือเล่มนี้ อย่างลึกซึ้งเท่านั้นเอง..
ในตอนสุดท้ายของเล่มนี้ ผู้เขียน นำบทก่อนๆในช่วงแรกๆของหนังสือเล่มนี้ มาอ่าน มันช่างสวยงาม และมีความสุขในการเขียนมากๆครับ ได้เขียนบทที่ผู้เขียนมีแต่ใบหน้าที่มีความสุขและสนุกกับการเขียน ถ้าเป็นไปได้ อยากย้อนเวลาไป เพื่อให้ได้เขียนบทก่อนๆซ้ำๆ และอยู่ในช่วงเวลานั้น อย่างไม่มีวันเลือนหาย คงจะดีไม่น้อย...ไม่อยากกลับมาเห็นหนังสือเล่มที่เขาอ่านทิ้งไว้ อย่างไม่ใส่ใจหนังสือเล่มนี้เลย ..
.........................................................
Popdot